การตั้งจิตอธิฐานต่อองค์หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล
 
ขอให้ทุกท่านตั้งจิต ตั้งเจตนาว่า ... เราจะปฏิบัติเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า บูชาครูบาอาจารย์
และเพื่อขัดเกลาจิตใจของเรา ให้เกิดความสงบ สะอาด สว่าง เบิกบาน ยิ่งๆขึ้นไป..
 

การฝึกนี้จะเป็นการขอญาณบารมีขององค์หลวงปู่หมุน ขอท่านเมตตาช่วยพัฒนาจิตของเรา เป็นการให้กระแสธรรมของท่านนำจิตของเราเขาสู่สภาวะของสมาธิ เรามีหน้าที่คือตามรับรู้คลื่นพลังงานขององค์ท่าน จนจิตเรามีคุณภาพ มีกำลัง และทรงฌานได้ในที่สุด ช่วงของการฝึกในขั้นต้นนั้นต้องใช้ศรัทธาเป็นตัวนำ ขอให้ปล่อยวางความคิด ความเห็น ความสงสัยทั้งหมด ทำใจเป็นกลางๆ ว่างๆ ไม่ปรุงแต่งใดๆ และเริ่มลงมือปฏับัติด้วยความเพียรอย่างต่อเนื่อง

ขอให้มั่นใจในคุณธรรมขององค์หลวงปู่ท่าน และเชื่อมั่นในตนเอง ว่าถ้าเรามีความกล้า ลงมือปฏิบัติ มีความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ความสำเร็จในการฝึกย่อมต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ขอเพียงทุกท่านเปิดจิตเปิดใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการฝึก และน้อมรับกระแสธรรมของพระรัตนตรัยเข้ามาตั้งมั่นในใจอย่างแท้จริง

กระแสคลื่นพลังงาน และญาณบารมีในองค์พระนั้นไม่มีหมด ไม่มีประมาณ ไม่มีเสื่อม ซึ่งประกอบด้วย
1.กระแสพลังพุทธบารมีของพระรัตนตรัย
2.กระแสพลังมวลรวมของครูบาอาจาย์ทั้งหลายตลอดสายวิชา
3.กระแสพลังญาณบารมีขององค์หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล
4.กระแสพลังงานปราณธรรมชาติ ( ธาตุทั้ง 4 )
5.กระแสพลังแห่งวัตถุธาตุที่นำมาจัดสร้าง

ดังนั้นขอให้มั่นใจในองค์พระของหลวงปู่ท่านได้ว่ามีพลังพุทธบารมีอยู่จริงและสูงมาก เมื่อน้อมนำกระแสพลังงานเข้าสู่กายและจิตเราแล้ว กระแสพลังงานในองค์พระก็จะชาร์ตพลังเพิ่มกลับเข้ามาใหม่ได้อีก นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้กาลเวลาจะผ่านไป เปลี่ยนผู้ครอบครอง เปลี่ยนสถานเก็บรักษา คุณสมบัติทางพุทธคุณก็จะยังคงอยู่ นี่คือความจริง แต่เราจะสามารถสัมผัสกระแสพลังงานได้ชัดมากน้อย หยาบหรือละเอียด นั้นอยู่ที่คุณภาพของจิตเราด้วย เราจึงต้องพัฒนาจิต ฝึกฝนอบรมให้มาก เพื่อตามรอยกระแสธรรมขององค์ท่านด้วยศรัทธาที่ตั่งมั่นนั้นเอง จึงจะเข้าถึงของจริง ได้ของจริง

เมื่อตั้งจิตตั้งเจตนาพร้อมแล้ว ขอให้นำองค์พระขอหลวงปู่มาไว้ในฝ่ามือซ้าย พนมมือ แล้วเริ่มกันเลย...

 
 

คำอาราธนาบูชาหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล ( พร้อมกับน้อมใจระลึกถึงหลวงปู่ไว้ในมโนทวาร )
หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล มะ อะ อุ
หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อุ อะ มะ ( 3 จบ )

ด้วยอำนาจบารมีของพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และองค์หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล ขอให้กระแสพลังงานพลังญาณบารมีในองค์พระ ได้รวมตัวกันหนาแน่น มีกำลังมาก และขออำนาจแห่งญาณบารมีขององค์หลวงปู่หมุนได้โปรดเมตตาเปิดจิต เปิดญาณทัศนะการรับรู้ต่างๆ ขอให้จิตของลูกรับรู้กระแสพลังงานในองค์พระได้ตรงตามความเป็นจริง เริ่มจากจุดรับรู้พลังที่ฝ่ามือเป็นเบื้องต้น และพัฒนาจนครอบคุมทั่วร่างกายในที่สุด ด้วยอำนาจบารมีของพระรัตนตรัย ขอให้คำอธิฐานนี้ส่งตรงถึงองค์หลวงปู่หมุน ขอให้องค์ท่านรับทราบเจตนาอันเป็นไปเพื่อการปฏิบัติบูชาของลูก เพื่อขัดเกลาจิตใจตนเอง และเดินตามรอยธรรมของครูบาอาจรย์ ซึ่งมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่สุด ... ด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ

( ในขณะที่อธิฐานนี้ให้ระลึกถึงองค์หลวงปู่หมุนด้วยใจ เป็นมโนภาพทางใจ ไม่ใช้เห็นด้วยสายตานะ ใช้ภาพด้านบนนี้เป็นที่พึ่งที่ระลึกก็ได้ หรือภาพของหลวงปู่รูปอื่นๆก็ได้ที่เราชอบใจ )

แล้วเราก็เริ่มนั่งสมาธิ กำองค์พระไว้ในฝ่ามือข้างซ้าย ให้ปลายนิ้วทั้งสี่สัมผัสองค์พระด้วยจะยิ่งดี สำรวมใจให้สงบ ปล่อยวางความคิด ความลังเลสงสัย ทำใจว่างๆ สบายๆ

ภาวนาพระคาถาว่า ... ภะคะวา ภะคะวา ภะคะวา ไปเรื่อยๆ สบายๆ นุ่มนวล อ่อนโยน
ความรู้สึกในขณะนี้จะอยู่ระหว่าง องค์พระ ฝ่ามือข้างซ้ายที่สัมผัสองค์พระ และคำภาวนา

หลังจากอธิฐานแล้ว ภาวนาพระคาถาไปเรื่อยๆแล้ว สักระยะ ก็ลองสังเกตุด้วยความรู้สึกตามความจริง ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างไหม เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ที่ฝ่ามือเริ่มที่จะรับรู้ถึงคลื่นพลังงานจากองค์พระได้บ้างไหม ไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ แค่สังเกตุความแตกต่างของสภาวะเท่านั้นก็พอ ถ้ารับรู้ได้ ก็ยอมรับในใจว่ารับรู้ได้ ถ้ายังรับรู้ไม่ได้ ก็ยอมรับในใจว่ายังรับรู้ไม่ได้ เราจะดูของจริง รับรู้ตามจริงเท่านั้น

การรับรู้ถึงคลื่นพลังงานนั้นแน่นอนว่า ใช้จิตในการรับรู้...
แต่ความรู้สึกที่ได้สัมผัสคลื่นพลังงานนั้นจะเริ่มจาก นิ้วมือก่อน ตามมาด้วยฝ่ามือ ความรู้สึกในกาย และสุดท้ายจิตจะรับรู้ได้ละเอียดขึ้น

ถ้าเริ่มรับรู้ได้ ก็ให้ใช้ความรู้สึกตามสังเกตุคลื่นพลังงานไปอย่างสบายๆก็พอในเบื้องต้น แต่ต้องมีสติประกอบ ( และให้ปล่อยคำภาวนาได้ )
( การรับรู้คลื่นพลังงานในช่วงแรกๆ อาจะร้อน เย็น ซ่าๆ คลื่นๆ อุ่นๆ สว่างๆ เบาๆ เนียนๆ ... รู้สึกได้อย่างไร ก็แค่ดู แค่รู้พอ )
เพียงแค่รู้สึกอยู่กับคลื่นพลังงานในองค์พระได้ จิตก็เกิดสมาธิในขั้นต้นแล้ว เพราะจิตนิ่งอยู่กับการรับรู้พลังงานนั้นเอง
จิตไม่ได้หลงไปในโลกแห่งความคิด ความปรุงแต่ง ไม่ได้หลงไปคิดเรื่องอื่นๆ ให้จิตใจวุ่นวาย จิตก็จะค่อยๆสงบลง และเกิดสมาธิขึ้นมาได้

สำหรับท่านที่ยังรับรู้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องปรุงแต่งมันขึ้นมานะ ก็ยอมรับไปตรงๆว่ายังรับรู้ไม่ได้
แล้วก็หมั่นฝึกหมั่นทบทวน ตั้งจิต ตั้งใจ ภาวนาต่อไป ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้แน่นอน
ขอให้มั่นใจและมีศรัทธาว่าในองค์พระของหลวงปู่มีกระแสพลังงานที่ไม่มีประมาณ และมีคุณภาพสูง

( ในองค์พระของหลวงปู่ท่านมีกระแสพลังในระดับฌานสูงอยู่แล้ว เพียงแต่จิตของเราจะมึคุณภาพไปสัมผัสได้ในระดับไหนก็จะรู้ได้ระดับนั้น ต่อเมื่อหมั่นฝึกต่อไปเรื่อยๆ กระแสจิตเราก็จะละเอียดขึ้นตามกระแสขององค์พระ และญาณบารมีขององค์หลวงปู่ไปเรื่อยๆ นี่ละจึงจะได้ชื่อว่าเดินตามรอยธรรมของครูบาอาจารย์ และจิตเราก็จะสามารถทรงฌานได้ในที่สุด )

 
 
สำหรับท่าในการนั่งสมาธิ จะถนัดแบบไหนก็ได้ ขอให้กำพระของหลวงปู่หมุนไว้ในฝ่ามือข้างซ้ายก็พอ แต่ส่่วนใหญ่ที่นั่งๆกันก็ประมาณสองท่าข้างบนนี้ หรือบ้างท่านจะถนัดนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงก็ได้ ไม่ได้ผิดอะไร แล้วแต่ความสะดวก ขอให้นั่งแล้วจิตใจสบาย จิตใจสงบ มีสมาธิ มีสติ ก็เป็นอันว่าใช้ได้เช่นกัน